Blog ของทุกหมวดหมู่แบบไม่แสดงรูปภาพ
|
เรื่องย่อ... รุกฆาต |
|
|
วันจันทร์ ที่ 17 เดือนสิงหาคม พ.ศ.2552 |
เรื่องย่อ... รุกฆาต บทประพันธ์. คฑาหัสต์ บุษปะเกศ จากตัวละคร คมแฝก ของ เสนีย์ บุษปะกศ บทโทรทัศน์. คฑาหัสต์ บุษปะเกศ จากความสงบสุขที่คาดว่าจะเกิด... เรื่องราวกลับตาลปัตร ทุรชนคนชั่ว หาญกล้ากร้าวแกร่งกว่าที่เคย แผ่นดินที่ราบสูงลุกเป็นไฟอีกครั้ง เหล่าผู้กล้าจึงต้องกลับมา รุกฆาต !! 3 ปีผ่านไป...นับตั้งแต่การสลายลงของอาณาจักรราชสีห์ แผ่นดินเมืองพลแห่งอีสานสงบสุขอีกครั้ง กัลป์ กับ อัญชัญ เตรียมจัดพิธีแต่งงานที่เรียบง่ายแต่สมฐานะและความรักที่ทั้งสองมีให้กัน เพลิง กับ ตะเภา ต่างดื่มด่ำไปกับความรักและความเข้าใจ ขณะที่ องอาจ และ กระรอก พร้อมจะสร้างครอบครัวอันอบอุ่นและจริงใจ หากแต่เมฆหมอกแห่งความเลวร้ายกำลังก่อตัวขึ้นใหม่...โดยไม่มีใครรู้ตัว ชายป่ารอยต่อระหว่างเมืองพลกับจังหวัดขอนแก่น มีคนพบหนุ่มร่างใหญ่บาดเจ็บสาหัส กระโหลกแตกร้าว ใบหน้ามีแผลเป็นรอยไหม้ไปครึ่งหน้าจากการระเบิด ทั่วทั้งร่างถูกทำร้ายด้วยมีดบินที่ซัดออกมาด้วยเพลงอาวุธมีดบินนาคราช เมื่อตำรวจเข้าไปพลิกร่างขึ้นมาต้องถึงกับผงะ ! เพราะคน ๆ นี้คือ แสน ราชสีห์ ! แสนถูกนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลเมืองพล เมื่อฟื้นคืนสติเขาจำอดีตที่เลวร้ายของตัวเองไม่ได้เลย ระลึกเพียงเคยเป็นเพื่อนรักกับกัลป์และมีน้องสาวชื่ออัญชัญ ทันทีที่เห็นรอยยิ้มของแสน อัญชัญรู้สึกว่ามันช่างเหมือนกับพี่ชายแสนดีคนเดิม...คนที่ไม่มีพิษสงต่อใครเลยแม้แต่น้อย ไม่มีใครอยากจะเชื่อความเปลี่ยนแปลงนี้ของแสน ทุกคนรวมทั้ง รองเพชร ไพบูลย์ ต่างจับตามองแสนอย่างใกล้ชิดด้วยความไม่ไว้ใจ แสนกลับมาพร้อมกับบาดแผลเหวอะหวะเสียโฉมไปครึ่งหน้า แต่แสนคนนี้กลับไม่โกรธแค้นใครเลย ดูเหมือนความเลวร้ายด้านมืดถูกกลืนไปกับความทรงจำในอดีต แสนบอกว่าบาดแผลบนใบหน้าสร้างสำนึกทำให้เขากลับเนื้อกลับตัวกลายเป็นคนใหม่ของสังคมเมืองพล แสนทำให้สังคมเมืองพลทึ่งกับตัวเขามากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยการประกาศบริจาคทรัพย์สมบัติที่เหลืออยู่ให้กับสาธารณะกุศล ระหว่างขนย้ายตัวไปยังเรือนจำเมืองพล แสนมีโอกาสแสดงฝีมือคมแฝกปกป้องเมืองพลจากกลุ่มโจรแปลกหน้าที่ปล้นกลางเมือง และกำลังปะทะกับกัลป์และเพลิงอย่างดุเดือด แสนร่วมต่อสู้ปะทะกับหัวหน้ากองโจรอย่างรุนแรง หัวหน้ากองโจรหนีเพลงคมแฝกของแสนรอดไปได้อย่างหวุดหวิด แสนถูกนำตัวไปคุมขังไว้เพื่อสอบสวนที่เรือนจำเมืองพล เมื่อถูกซักถึงสาเหตุของการบาดเจ็บ แสนจำได้เพียงถูกทำร้ายโดยผู้ที่มีวิชาต่อสู้ด้วยอาวุธทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีอาวุธลับเป็น เพลงมีดบินนาคราช ที่ไม่เคยพลาดเป้ายากจะต่อกร คนผู้นี้ประกาศว่าจะต้องยิ่งใหญ่ในแผ่นดินที่ราบสูง มีภารกิจสำคัญคือกำจัดวีรบุรุษเมืองพลทั้งสาม กัลป์ เกรียงไกร เพลิง กัมปนาท และ องอาจ ชาตินักสู้เพื่อกรุยทางไปสู่ความสำเร็จ แสนจำได้เป็นอย่างดีว่าคน ๆ นั้น คือจอมโจรนาคราช หัวหน้ากองโจรนาคินทร์ คนเดียวกับที่ปล้นกลางเมืองพลครั้งล่าสุด นั่นหมายความว่าเมืองพลกำลังจะลุกเป็นไฟจากคนร้ายกลุ่มใหม่...กองโจรนาคินทร์ ! ทางด้านองอาจ...ระหว่างกลับจากเยี่ยมเยียนชาวบ้านในฐานะนายอำเภอเมืองพล เขาพบการต่อสู้กันอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มโจรกับชายคนหนึ่ง องอาจต่อสู้จนช่วยเหลือ วิหค เหินลม หนุ่มต่างถิ่นให้รอดพ้นจากการไล่ล่าจากกลุ่มโจรฯ วิหคโดนทำร้ายจนสลบไปต่อหน้าต่อตา องอาจจำได้ดีว่าวิหคคือเพื่อนรุ่นน้องในมหาวิทยาลัยที่เคยสนิทสนมกันมาก แต่วิหคหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยก่อนจบไม่กี่เดือน เมื่อฟื้นขึ้นมาชายผู้นี้ปฏิเสธว่าไม่ใช่ วิหค เหินลม เพื่อนรักขององอาจ แต่เขาคือ ผู้หยั่งรู้ หมอผีนักพยากรณ์ของแคว้นอิสระ ชนกลุ่มน้อยทางเหนือของประเทศไทย สามารถหยั่งรู้ทุกสิ่งทุกอย่างจากการรู้ภาษาสัตว์น้อยสัตว์ใหญ่ ครั้นพอโดนซักหนัก ๆ เข้าวิหคก็ทำท่าเป็นหมอผี มีตาทิพย์เห็นวิญญาณ ทำเพี้ยนตลกบ้า ๆ บอ ๆ ยังความโกลาหลให้กับ ตะโพน สัปเหร่อประจำเมืองพลซึ่งให้ที่พักเป็นอย่างยิ่ง องอาจพยายามทำให้ยอมรับว่าเป็นวิหค แต่ชายผู้นี้กลับทำท่าเป็นหมอผีเต็มรูปแบบ สามารถคุยกับวิญญาณที่อยู่รายรอบ เตือนว่าองอาจกับคนรักจะมีอันตรายถึงชีวิตต้องระวังตัวให้ดี ! สุดท้ายชายผู้นี้ร่ายเวทมนตร์เข้าใส่ทำให้องอาจสลบเหมือด มารู้สึกตัวอีกครั้งตอนพลบค่ำพบว่าเวชภัณฑ์ยารักษาโรค อุปกรณ์ช่วยชีวิตหลายอย่างหายไปจากบ้านพร้อมกับ วิหค เหินลม ! วิหค เหินลม นำเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ช่วยชีวิตเข้าไปในเขตป่าซึ่งเป็นที่ซ่อนตัวของกองโจรนาคินทร์ ภูกล้า รองหัวหน้ากองโจรฯ รับเวชภัณฑ์เหล่านั้นไปเก็บไว้เพื่อเตรียมใช้ก่อศึกครั้งใหญ่แท้ที่จริงแล้ว วิหค เหินลม คือ ผู้หยั่งรู้ หมอผีนักพยากรณ์ประจำกองโจรนาคินทร์ซึ่งสืบทอดมาตั้งแต่ต้นตระกูล เขาเรียนไม่จบมหาวิทยาลัยในเมืองไทยเพราะพ่อโดนลอบทำร้ายจนเสียชีวิต ต้องมาสืบทอดตำแหน่งผู้รู้แทนพ่อเมื่อเกือบเจ็ดปีที่ผ่านมา ที่กองโจรนาคินทร์...วิหคเป็นไม้เบื่อไม้เบากับ พลอยรุ้ง อยู่เสมอ พลอยรุ้งเป็นครูสาวคนไทยที่ไม่มีใครรู้จักอดีต เธอเข้ามาในกองโจรนาคินทร์ตั้งแต่อยู่ที่แคว้นอิสระ พลอยรุ้งดูเครียดและจริงจังกับชีวิต ไม่เคยเห็นด้วยกับการรักษาคนเจ็บด้วยความสนุกสนาน ตลอดจนการทำตัวแบบบ้าบอใช้ไสยศาสตร์ปนไฮเทคของวิหคเลย หลังจาก แสน ราชสีห์ กลับมาไม่นาน เมืองพลมีโอกาสต้อนรับการเข้ามาของนักธุรกิจลูกครึ่งไทยเพื่อนบ้าน เจ้าจันทร์งาม สาวงามผู้เคยครองแคว้น อิสระ ชายแดนภาคเหนือของไทย แคว้นอิสระเพิ่งได้รับการสถาปนาเป็นสาธารณรัฐใหม่ปกครองตัวเอง จันทร์งามจึงต้องอพยพเข้ามาตั้งรกรากในเมืองไทยโดยเริ่มที่เมืองพล ทำไร่องุ่น ไร่ข้าวโพด โรงปอ และอีกหลากหลายธุรกิจ จันทร์งามเป็นเหมือน เจ้าแม่ ผู้ทรงอิทธิพลรายใหม่ของเมืองพล เธอสร้างความหวังใหม่ให้กับคนเมืองพล ส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้กับคนทุกชั้น เอาชนะใจคนได้ถึงรากหญ้า หลายคนเชื่อว่าจันทร์งามคิดจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้นำในภาคอีสาน เชื่อมต่อกับฐานอำนาจเดิมที่เธอยังคงมีอยู่ในแคว้นอิสระ เมื่อจันทร์งามปรากฏตัวขึ้น กองโจรนาคินทร์ นำโดย จอมโจรนาคราช ซึ่งตามจันทร์งามมาตั้งแต่แคว้นอิสระ ก็เข้ามาในเมืองพลและประกาศตั้งตัวเป็นอริโดยตรง...จะแฉพฤติกรรมเลวร้ายของผู้หญิงคนนี้ให้สังคมไทยได้รับรู้ ! เริ่มจากเข้าปล้นบริษัทรถขนส่งจันทร์งามที่กำลังขนส่งสินค้าจากแคว้นอิสระมายังเมืองพล กองโจรนาคินทร์เชื่อว่าเป็นการลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่เข้าประเทศไทยเพื่อใช้เป็นรายได้สนับสนุนกลุ่มกบฎแบ่งแยกดินแดน เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างคนของจันทร์งามกับกองโจรนาคินทร์ ตำรวจไทยนำโดยเพลิงและกัลป์ต้องเข้าไปคลี่คลาย แต่การณ์กลับไม่เป็นดังคาด...สินค้าที่อยู่ในรถขนส่งกลับเป็นแค่สมุนไพรและของป่าที่จันทร์งามแจ้งไว้จริง ๆ จันทร์งามให้การกับตำรวจว่านาคินทร์เป็นกองโจรที่ยิ่งใหญ่ในแคว้นอิสระ คิดแผ่อิทธิพลเถื่อนในภาคอีสานของไทยซึ่งเธอยอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้ จันทร์งามเตือนสามวีรบุรุษเมืองพล กัลป์ เพลิง และองอาจ ให้ระวังตัวไว้ให้ดีเพราะถูกจอมโจรนาคราชหมายหัวไว้แล้ว หลังการปรากฏของกองโจรนาคินทร์ เมืองพลเกิดเหตุร้ายขึ้นหลายครั้ง ทั้งการก่อวินาศกรรม ปล้นฆ่าชาวบ้านจนหาความสงบไม่ได้ เพลิงร่วมมือกับกัลป์และองอาจพยายามตามจับตัวคนร้ายมาลงโทษแต่ดูเหมือนจะไม่สัมฤทธิ์ผล จอมโจรนาคราชกับพวกดูเหมือนมีความสามารถพิเศษหนีไปได้อย่างลอยนวลทุกครั้ง แสน ราชสีห์ ที่หายจากอาการบาดเจ็บ แม้จะเป็นนักโทษแต่ก็เป็นที่ปรึกษาจันทร์งามในการทำประโยชน์ กัลป์เฝ้ามองด้วยความสงสัยว่าเพียงแค่บาดแผลที่แสนได้รับความกระทบกระเทือนที่ศีรษะจะทำให้ราชสีห์ชั่วเปลี่ยนแปลงไปได้เชียวหรือ อัญชัญบอกให้กัลป์มองโลกในแง่ดีเพราะงานมงคลระหว่างเธอกับเขาใกล้เข้ามาแล้ว ซึ่งในงานแต่งงานครั้งนี้ แสน ราชสีห์ ได้รับอนุญาตให้มาร่วมงานได้เป็นกรณีพิเศษ เพราะเป็นญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ของอัญชัญ แต่แล้วในงานแต่งงานระหว่างกัลป์กับอัญชัญกลับเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ จอมโจรนาคราชนำกองโจรนาคินทร์บุกเข้าก่อการร้ายภายในงาน จับอัญชัญเป็นตัวประกันโดยต่อรองให้จันทร์งามเข้ามาแลกเปลี่ยนตัวประกันเพราะต้องการกำจัดให้สิ้นซาก กัลป์ เพลิง และ องอาจ ร่วมมือกับจันทร์งามและแสนใช้กองกำลังตำรวจและพลเรือนทะลายสมุนจอมโจรนาคราชที่รายล้อมเรือนหอ เปิดทางให้กัลป์บุกเข้าไปช่วยอัญชัญคนรักได้ ทันใดนั้น
รอบ ๆ เรือนหอของกัลป์เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงในทุก ๆ จุด กองกำลังตำรวจของเพลิงและกองกำลังพลเรือนขององอาจต้องนองเลือดตายเป็นเบือ ระเบิดลูกสุดท้าย...สะเทือนขวัญชาวเมืองพลอย่างที่สุด เรือนหอทั้งหลังของกัลป์ระเบิดเป็นจุลสลายไปในพริบตา ! พร้อม ๆ กับร่างของกัลป์และอัญชัญที่อยู่ภายใน ! เพลิงกับองอาจแทบล้มทั้งยืนกับภาพที่เห็นตรงหน้า เรือนหอของกัลป์ไฟลุกท่วม ตะเภากับกระรอกร้องไห้จนแทบจะไม่เหลือน้ำตากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่หลังจากนั้นไม่นาน กลับมีเรื่องราวสะเทือนขวัญเมืองพลติด ๆ กันอีกครั้ง... ร้านกาแฟพ่อปานกับแม่แจ้และร้านค้าในเมืองพลโดนจอมโจรนาคราชถล่มเย้ยกฏหมาย พ่อปาน กับ แม่แจ้ ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บ จงอาง กับตะเภาที่พยายามช่วยต้องโดนทำร้ายจนอาการปางตาย หนำซ้ำเพลิงที่รีบรุดไปช่วยจากโรงพักเมืองพล กลับโดนรุมถล่มจนต้องบาดเจ็บสาหัส ! ผู้กล้าของเมืองพลทั้งเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสไปพร้อม ๆ กันถึงสองคน รองเพชรระดมตำรวจและอาสาสมัครร่วมกับองอาจ ต้องการลากตัวจอมโจรนาคราชมารับโทษให้จงได้ ! ค่ำวันหนึ่งองอาจได้ยินเสียงผู้บุกรุกที่ห้องเก็บยาเวชภัณฑ์ภายในบ้าน เขาลอบดูเหตุการณ์จึงพบว่าเป็น วิหค เหินลม ที่บุกเข้ามาขโมยยาและเวชภัณฑ์อีกครั้ง องอาจตัดสินใจสะกดรอยตามวิหคบุกเข้าไปในป่าเขตรอยต่อของเมืองพล เพราะเขามั่นใจว่าเห็นร่าง วิหค เหินลม ในวันถล่มงานแต่งงานของกัลป์ เขาคิดว่าวิหคอาจจะเป็นคนหนึ่งที่ร่วมอยู่ในกองโจรนาคินทร์ แต่แล้วด้วยเล่ห์เหลี่ยมกะล่อนล้ำและเทคนิคแพรวพราว วิหคหนีองอาจรอดไปได้อย่างหวุดหวิด ก่อนหนีไปวิหคยอมรับกับองอาจว่าเขาเป็นเพื่อนรักขององอาจ ขอให้ไว้ใจ...แต่วันนี้มีธุระสำคัญต้องไปทำ วิหคสัญญาว่าจะกลับมาบอกความจริงทั้งหมดกับองอาจที่ช่องเขาขาดหลังงานเผาศพไร้ร่างของกัลป์กับอัญชัญ และในวันนั้นขอให้องอาจนำกระรอกมาด้วย หลังงานศพ...องอาจพากระรอกมาตามนัดของวิหค ทั้งสองเฝ้ารอที่ช่องเขาขาดจนเกือบเลยเวลานัดหมาย ร่างของชายคนหนึ่งที่รูปร่างคล้ายวิหคปรากฏตัวขึ้นในมุมมืด องอาจชะล่าใจเดินเข้าไปหากแต่กลับต้องโดนรุมทำร้ายจากชายฉกรรจ์นับสิบ ! องอาจถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลไปรักษาตัวอยู่กับเพลิงที่อาการดีขึ้นบ้างแล้ว ทันทีที่ฟื้นคืนสติและรับรู้เรื่องการตายของคนรัก องอาจร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด เพลิงสัญญากับองอาจว่าทันทีที่ออกจากโรงพยาบาลจะตามตัวคนผิดมาลงโทษให้จงได้ ! แต่แล้วในคืนวันนั้น...โรงพยาบาลเมืองพลถูกถล่มจากกองโจรฯ หัวหน้ากองโจรที่โพกศีรษะพันผ้าปกปิดใบหน้า นำสมุนบุกเข้าไปถึงห้องพักของเพลิงและองอาจ จะปลิดชีวิตทั้งสองคนให้ดับไป ระหว่างการต่อสู้นั้นเองที่องอาจช่วยเพลิงไม่ให้โดนทำร้ายจากมีดบิน จันทร์งามแสดงให้เห็นว่าโกรธแค้นแทนประชาชนเมืองพลมากเพียงใด ประกาศให้ความร่วมมือกับรองเพชรเต็มที่เพื่อตามล่าตัวจอมโจรนาคราชมาลงโทษ เธอใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวกับทางการทำเรื่องขออนุมัตินำตัว แสน ราชสีห์ ออกมาจากเรือนจำเพื่อร่วมมือกับตำรวจในการตามล่าครั้งนี้ เพราะแสนมีฝีมือคมแฝกที่เก่งกาจอีกทั้งยังเคยปะทะกับจอมโจรนาคราชมาแล้ว ซึ่งความดีที่แสนกระทำตั้งแต่กลับมาทำให้การอนุมัติจากเมืองหลวงเป็นไปได้โดยไม่ยาก ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจและการตื่นตระหนกของชาวเมืองพล ที่ชายป่ารอยต่อระหว่างเมืองพลกับขอนแก่น หมู่บ้านกองโจรนาคินทร์นำร่างวีรบุรุษเมืองพลมารักษาตัว กัลป์ เกรียงไกร ยังไม่ตายอย่างที่ทุกคนคิด ! กัลป์สลบไม่ได้สติมากว่าสามวัน ด้วยความแค้นใจกัลป์ตรงเข้าต่อสู้กับวิหคที่กำลังรักษาแผลเขาด้วยยาที่ขโมยมาจากองอาจ วิหคพยายามอธิบายความจริงทั้งหมด แต่กัลป์ไม่ยอมฟัง วิหคไม่สามารถต่อสู้กับกัลป์ได้ แม้พลอยรุ้งซึ่งเข้ามาช่วยพยาบาลอยู่ด้วยจะช่วยพูดแต่กัลป์ก็ไม่ยอมฟัง สั่งให้พลอยรุ้งหลบไปเพราะเขาไม่ต้องการทำร้ายผู้หญิง ภูกล้า รองหัวหน้ากองโจรเมื่อรู้เรื่องจึงรีบตรงเข้ามาต่อสู้กับกัลป์เพื่อระงับความรุนแรง แต่ด้วยฝีมือการต่อสู้ที่ต่างกันภูกล้าไม่อาจต้านทานเพลงคมแฝกของกัลป์ได้ กัลป์บุกฝ่ากองกำลังของกองโจรนาคราชเข้าไปถึงฐานด้านในของหมู่บ้าน เปิดประตูบ้าน หลังหนึ่งวาดเพลงคมแฝกครุฑาท่าไม้ตายตรงเข้าไปหมายจะทำร้ายจอมโจรนาคราช กัลป์กับจอมโจรนาคราชที่โพกศีรษะปะทะต่อสู้กันด้วยเพลงคมแฝกครุฑาและเพลงอาวุธมีดบินนาคราชอันลือลั่น ยากจะหยั่งรู้ว่าใครจะเพลี่ยงพล้ำ แต่ในทันทีที่ผ้าคลุมศีรษะของจอมโจรนาคราชหลุดออก กัลป์ถึงกับผงะด้วยความตกใจ จอมโจรนาคราชผู้มีเพลงอาวุธมีดบินไม่เคยพลาดเป้า ไม่ได้เป็นชายอย่างที่ใครคาด แต่เธอเป็นหญิงสาวผมยาวสลวย มีใบหน้างดงามไร้ที่ติ ! และที่สำคัญก็คือ...จอมโจรนาคราชมีใบหน้าเหมือนกับ อัญชัญ ราชสีห์ ราวกับเป็นคน ๆ เดียวกัน ! จากการเสียสมาธิจ้องใบหน้าจอมโจรนาคราชที่เหมือนกับอัญชัญ ทำให้กัลป์เสียท่าถูกจอมโจรนาคราชฟาดฝ่ามือเข้าที่จุดสลบหมดสติไปทันที... กัลป์ฟื้นขึ้นมาโดยมีภูกล้าคอยป้องกันอันตรายให้กับจอมโจรนาคราช ขนาบข้างด้วยวิหคและพลอยรุ้ง จอมโจรสาวสวยแนะนำตัวเองกับกัลป์ว่าเธอชื่อ เพียงฟ้า เป็นหัวหน้ากองโจรนาคินทร์ซึ่งตั้งตัวเป็นศัตรูกับจันทร์งามมาตั้งแต่อยู่ที่แคว้นอิสระ เพราะรู้จักพฤติกรรมเลวร้ายของจันทร์งามเป็นอย่างดี จันทร์งามตีสองหน้าหน้าฉากทำตัวเป็นคนดีแต่ความจริงเป็นเจ้าของธุรกิจผิดกฏหมายทุกรูปแบบ ทั้งค้าอาวุธเถื่อนค้ายาเสพติด สะสมกำลังคนและอาวุธเพื่อรุกรานประเทศใกล้เคียง จันทร์งามแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตัวเองมาตลอดชีวิต เพียงฟ้าปฏิเสธในทุกคดีร้ายแรงที่เกิดขึ้นในเมืองพล แต่เป็นจันทร์งามเองต่างหากที่ร่วมกับแสน ราชสีห์ สร้างเรื่องทั้งหมดเพราะต้องการกำจัดกัลป์กับพวกโดยหวังจะสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับราชสีห์อีกครั้ง เพียงฟ้าเล่าให้ฟังต่อว่าขณะที่อยู่แคว้นอิสระ กองโจรนาคินทร์นำโดย นาคา พ่อของเธอพยายามจะเจรจาสงบศึกกับจันทร์งามที่ครองแคว้นอยู่ ตอนแรกจันทร์งามยอมจะเจรจาด้วย แต่เมื่อสามปีที่แล้วจันทร์งามได้รับ แสน ราชสีห์ มาพยาบาลจากอาการบาดเจ็บ ทั้งคู่พบรักกันและความชั่วร้ายรวมเป็นหนึ่งเดียว จันทร์งามกับแสนเล็งเห็นถึงประโยชน์ของตัวเองเป็นใหญ่จึงล้มการเจรจา ส่งคนมาฆ่านาคาอย่างเหี้ยมโหด เพียงฟ้าจึงต้องรับตำแหน่งหัวหน้ากองโจรนาคินทร์แทนพ่อ ต่อสู้กับจันทร์งามและแสน ราชสีห์ เรื่อยมา จนในที่สุดเพราะความแตกแยกแคว้นอิสระจึงแตกแล้วตกอยู่ใต้การปกครองของต่างชาติในที่สุด จันทร์งามกับแสนลอบหนีกลับเข้ามายังเมืองพล แต่แสนพลาดโดนเพียงฟ้าทำร้ายจนหมดสติอยู่ที่ชายป่าเมืองพลและมีคนมาพบเข้า ส่วนจันทร์งามหลบซ่อนตัวอยู่ รอจนเวลาเหมาะสมจึงปรากฏตัวในร่างหญิงที่แสนดีความหวังใหม่ของเมืองพล กลุ่มนาคินทร์ติดตามจันทร์งามเข้ามาในประเทศไทย เพราะไม่ต้องการให้จันทร์งามที่มีแผนชั่วคิดการณ์ใหญ่ทำลายล้างประเทศไทย เกิดการแบ่งแยกดินแดนเหมือนที่แคว้นอิสระเคยประสบ กัลป์จำต้องพักรักษาตัวอยู่ในกองโจรนาคินทร์โดยไม่เต็มใจ ทำให้รู้จักเพียงฟ้ามากขึ้น จอมโจรนาคราชไม่ได้เหี้ยมโหดอย่างคำร่ำลือ หากแต่เป็นโจรคุณธรรมปล้นเงินผู้มีอิทธิพลเถื่อนนำมาแจกจ่ายให้กับผู้ยากไร้ที่โดนข่มเหงรังแก หลายครั้งที่กองโจรนาคินทร์รับคนเข้ามาดูแลเพราะถูกผู้มีอิทธิพลรังแกอย่างไม่มีทางสู้ ซึ่งผู้มีอิทธิพลเหล่านั้นได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากจันทร์งาม...เจ้าแม่ที่ราบสูงคนใหม่ของภาคอีสาน ! กัลป์ทำความรู้จักกับ วิหค เหินลม และ พลอยรุ้งสาวไทยที่สมัครใจอยู่กับกองโจรนาคินทร์ กัลป์ได้รู้ว่าวิหคเป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องรับชะตากรรมจากจันทร์งาม เขาเป็นทายาทสืบตระกูล ผู้หยั่งรู้ ของแคว้นอิสระ จันทร์งามต้องการให้ สกุณา พ่อของวิหคใช้สัมผัสที่หกทำนายอนาคตแคว้นอิสระตามความต้องการของตัวเอง แต่สกุณาไม่ยอมทำตามจึงต้องโดนจันทร์งามฆ่าทิ้ง วิหคจำต้องกลับมาแคว้นอิสระทั้งที่ยังเรียนมหาวิทยาลัยในเมืองไทยไม่จบ เขาตัดสินใจเข้าร่วมกับกองโจรนาคินทร์เพื่อเรียกขวัญและกำลังใจให้กับนักรบต่อสู้กับกองกำลังของจันทร์งาม ทั้งที่ความจริงแล้ววิหคไม่เคยมีความสามารถพิเศษเป็น ผู้หยั่งรู้ เหมือนคนในตระกูลเลยแม้แต่น้อย ส่วนพลอยรุ้งสาวไทยไม่เคยตอบคำถามเรื่องอดีต กัลป์รู้เพียงว่าเธอไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาที่สมัครใจมาสอนหนังสือให้กับหมู่บ้านกองโจร ตรงกันข้ามพลอยรุ้งยังมีความรู้ฉลาดเฉลียวในด้านแพทย์สมัยใหม่ สามารถรักษาคนได้ราวกับเป็นหมอ ! กัลป์มั่นใจว่าพลอยรุ้งน่าจะมีอดีตที่ฝังลึกในฝั่งไทย อยากจะลืมจนต้องพาตัวเองหนีไปอยู่ที่แคว้นอิสระ... ในช่วงเวลาเดียวกัน แสน ราชสีห์ ยังคงแสร้งทำเป็นคนดีที่หลงลืมความชั่วร้ายในอดีต สร้างเรื่องทำความดีทำให้กับคนเมืองพลประทับใจ จันทร์งามสร้างเรื่องจอมโจรนาคราชถล่มเมืองพล โดยเปิดโอกาสให้แสนนำกำลังคนเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านก่อนกองกำลังตำรวจของเพลิงจะเข้าไปช่วยได้ทัน ทำให้ขณะนี้มุมมองของคนรุ่นใหม่ที่มีต่อแสนดีขึ้นจากเดิม จันทร์งามครอบงำสังคมเมืองพลอย่างช้า ๆ ผลผลิตหลายอย่างที่จันทร์งามนำออกขายชาวบ้านมียาเสพติดร้ายแรงชนิดใหม่เจือปนอยู่ทำให้ชาวบ้านต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพลเถื่อนของเธอมากขึ้น ๆ ด้วยความเต็มใจ พร้อม ๆ กับการเสแสร้งทำความดี...จันทร์งามกำลังซ่องสุมกำลังพลและอาวุธสงครามครั้งใหม่ สานต่อแผนแบ่งแยกดินแดนที่ราบสูงซึ่งแสนเคยริเริ่มไว้แต่ทำไม่สำเร็จเมื่อสามปีที่ผ่านมา เมื่อเวลาผ่านไป...ด้วยเหตุผลและสถานการณ์รายล้อม กัลป์เริ่มเชื่อความจริงที่เพียงฟ้าเล่าให้ฟัง เขาตัดสินใจร่วมกับกองโจรนาคินทร์เปิดโปงคู่รักชั่วร้ายของเมืองพล...จันทร์งามและแสน ราชสีห์ กัลป์ติดตามช่วยเหลือเพียงฟ้าในภารกิจปล้นอาวุธเถื่อนและขนย้ายยาเสพติดของจันทร์งามอยู่หลายครั้ง ด้วยความสามารถของกัลป์ทำให้ภารกิจของกองโจรนาคินทร์สัมฤทธิ์ผลอยู่บ่อย ๆ ภูกล้าที่เคยเขม่นกัลป์ในครั้งแรก กลับยอมรับนับถือในความสามารถกัลป์มากยิ่งขึ้น กองโจรนาคินทร์วางแผนถล่มคฤหาสน์ราชสีห์ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำลังจันทร์งาม กัลป์นำกองกำลังเข้าไปกับเพียงฟ้าในคราบของจอมโจรนาคราช กัลป์ต่อสู้กับแสน เพียงฟ้าต่อสู้กับจันทร์งาม จนดูเหมือนเหล่าร้ายกำลังจะพ่ายแพ้ต่อความถูกต้อง... แต่แล้วกองโจรนาคินทร์กลับโดนตลบหลังโจมตีจากกองกำลังตำรวจที่จันทร์งามแจ้งให้มาช่วย เพลิงต่อสู้กับกองโจรนาคินทร์เพราะต้องทำไปตามหน้าที่ ระหว่างที่กองโจรนาคินทร์หลบหนีออกไปนั้นเอง ทำให้เพลิงได้พบกับกัลป์โดยบังเอิญ เขารู้ว่ากัลป์ยังไม่ตาย กัลป์พยายามเล่าความจริงทั้งหมดให้เพลิงฟัง แต่ไม่ทันกาล...ยังไม่ทันจะล่วงรู้ความจริงทั้งหมดก็ต้องล่าถอยไป ความสัมพันธ์ของความรักระหว่างเพลิงกับตะเภามีเรื่องปากเสียงทะเลาะเบาะแว้งกันมากขึ้น เพลิงเกิดความเครียดจากการทำงานเพราะนับวันชาวบ้านจะไม่เชื่อถือพึ่งพาข้าราชการกับตำรวจ กลับหวังพึ่งพาคนของจันทร์งามกับแสนมากขึ้นเรื่อย ๆ เพลิงและรองเพชรต่างรู้สึกได้ถึงความผิดปกตินี้ หากแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะจันทร์งามกับแสนไม่ได้ทำอะไรที่บ่งบอกชัดเจนว่าผิดกฏหมาย หนำซ้ำเพลิงกลับต้องทำหน้าที่สนับสนุนจันทร์งามด้วยซ้ำ เพราะจันทร์งามกับแสนใช้ความสัมพันธ์กับนักการเมืองท้องถิ่นบังคับให้ตำรวจป้องกันตัวจากกองโจรนาคินทร์ เพลิงไม่รู้ตัวเลยว่ากองกำลังตำรวจบางครั้งคุ้มกันอาวุธเถื่อนจากการโจมตีของจอมโจรนาคราชและกัลป์ เกรียงไกร จันทร์งามกับแสนสืบจนพบที่ซ่อนของกองโจรนาคินทร์ และที่สำคัญรู้ด้วยว่ากัลป์ที่รอดชีวิตซ่อนตัวอยู่ที่นี่ จันทร์งามแจ้งเบาะแสให้เพลิงนำกองกำลังตำรวจร่วมกับคนของแสนบุกเข้าไปกวาดล้างกลุ่มนาคินทร์ แม้เพลิงกับรองเพชรจะไม่เห็นด้วย แต่จำต้องทำทุกอย่างตามหน้าที่ผู้พิทักษ์กฏหมาย เพราะกองโจรนาคินทร์ได้ชื่อว่าทำผิดกฏหมายมาโดยตลอด แสน ราชสีห์ ร่วมกับ เพลิง กัมปนาท บุกกวาดล้างหมู่บ้านกองโจรนาคินทร์จนแตก สมาชิกกองโจรนาคินทร์ถูกจับกุมได้ วิหคกับพลอยรุ้งหนีออกไปได้อย่างหวุดหวิดแต่วิหคได้รับบาดเจ็บขณะที่ภูกล้ายอมสละตัวเองคุ้มกันให้เพียงฟ้าหรือจอมโจรนาคราช โดยกัลป์คอยคุ้มครองเธอหนีรอดออกไป อาการบาดเจ็บของวิหคทำให้พลอยรุ้งจำต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะแพทย์อย่างเต็มรูปแบบ เธอผ่าตัดเขากลางป่า ยอมไม่ได้ที่จะสูญเสียเขาไปด้วยรู้ซึ้งถึงความผูกพันที่มีต่อชายบ้าบอคนนี้ เมื่อวิหครู้สึกตัวขึ้นมา พลอยรุ้งยิ้มทั้งน้ำตายอมเล่าความจริงให้ฟังว่าความจริงแล้วเธอเป็นนักศึกษาแพทย์ปีสุดท้าย ก่อนจบเธอพลาดทำให้คนไข้คนหนึ่งเสียชีวิต พลอยรุ้งโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองและตั้งใจหันหลังให้กับสังคม หนีไปอยู่ไกลสุดแผ่นดินจนมาพบกับวิหคและกองโจรนาคินทร์ที่แคว้นอิสระ ทำให้เธอตระหนักชัดว่าความรู้ที่เธอมียังก่อประโยชน์ให้กับคนอื่นอีกมากมาย หากสามารถเอาชนะความรู้สึกผิดที่เกาะอยู่ในหัวใจเธอได้ เมื่อกำจัดกองโจรนาคินทร์และจอมโจรนาคราชสำเร็จ จันทร์งามกับแสนเริ่มแผนแบ่งแยกดินแดนต่อไปด้วยการกำจัดเสี้ยนหนามที่เหลืออยู่เพียงคนเดียว...เพลิง กัมปนาท วันหนึ่งเพลิงได้รับแจ้งจากสายตำรวจ นำกองกำลังเข้าปิดล้อมชุมชนตามแนวชายป่าเมืองพลโดยเชื่อว่าเป็นที่ซ่องสุมของมือปืนและอาวุธสงคราม ครั้นพอนำกองกำลังตำรวจบุกเข้าไปกลับกลายเป็นที่พักของคนชราที่เต็มไปด้วยซากศพถูกฆาตกรรมด้วยกระสุนปืนตำรวจตายอย่างทารุณ เพลิงโดนตั้งกรรมการสอบสวนทันทีเพราะกระสุนเหล่านั้นถูกพิสูจน์ว่าออกมาจากปากกระบอกปืนของเขา ! เพลิงต้องถูกลงโทษในคดีที่ตัวเองไม่ได้ก่อ สร้างความเสียใจให้กับตะเภาและชาวเมืองพลที่ใกล้ชิดเป็นอย่างยิ่ง หากแต่ตำรวจที่รักความยุติธรรมอย่างเขาจำต้องรับโทษนั้น เพียงเพราะต้องทำตามกฏหมาย ! ทันทีที่กำจัดวีรบุรุษทั้งสามของเมืองพลสำเร็จ จันทร์งามกับแสนประกาศการกลับมาของความยิ่งใหญ่อาณาจักรราชสีห์ แผนการแบ่งแยกดินแดนที่ราบสูงถูกนำมาปฏิบัติอีกครั้ง เมืองพลที่เคยสงบสุขกลับต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจมืด รองเพชร ไพบูลย์ ตำรวจดีที่เหลืออยู่ถูกสั่งย้ายออกจากพื้นที่ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง หน้ากากคนดีของจันทร์งามกับแสนถูกกระชากออกโดยตัวเอง ทั้งคู่กดขี่ข่มเหงคนเมืองพลราวกับไม่ใช่คน และท้าทายอำนาจรัฐโดยไม่เกรงกลัวอีกต่อไป กัลป์ เพียงฟ้า วิหค และ พลอยรุ้ง ลอบเข้ามาในเมืองพลด้วยความช่วยเหลือของ ตะเภา และ จงอาง ทั้งหมดสร้างหน่วยรบ รุกฆาต ต่อต้านอาณาจักรครั้งใหม่ของแสน ราชสีห์ กับ จันทร์งาม ในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายระหว่างกองโจรนาคราชกับอาณาจักรราชสีห์ กัลป์ตรงเข้าวาดลวดลายเพลงคมแฝกปะทะกับแสนอีกครั้ง โดยครั้งนี้เขามีหญิงสาวที่ใบหน้าเหมือนอัญชัญราวกับคน ๆ เดียวกัน...เพียงฟ้าหรือจอมโจรนาคราชอยู่เคียงข้าง เธอเข้าร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ตรงเข้าปะทะกับ จันทร์งามอย่างไม่เกรงกลัว การต่อสู้ครั้งนี้ทำให้ความจริงเปิดเผย...แท้ที่จริงแล้วเพียงฟ้าเป็นพี่น้องฝาแฝดกับอัญชัญ ซึ่ง สน พ่อของแสนเอามาเลี้ยงไว้หลังจากฆ่าพ่อแม่ที่แท้จริง สนเอาตัวอัญชัญมาเลี้ยงไว้เพียงคนเดียวเพราะคิดว่าน้องสาวฝาแฝดตายไปแล้วในกองไฟ โดยไม่รู้มาก่อนเลยว่าเพียงฟ้ารอดชีวิตเพราะจอมโจรนาคาช่วยชีวิตไว้ ในที่สุดการต่อสู้เพื่อความถูกต้องและความดีงามในสังคมก็จบลงด้วยชัยชนะของ กัลป์ เพลิง วิหค และ เพียงฟ้า อำนาจมืดไม่อาจต่อต้านหน่วยรบรุกฆาตของชาวเมืองพล ! ใช้เพื่อการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ Be first to comment this article | Add as favourites (48) | Views: 453 | อีเมล์ |
|
|
เรื่องย่อ สะใภ้ใจเด็ด |
|
|
วันจันทร์ ที่ 17 เดือนสิงหาคม พ.ศ.2552 |
เรื่องย่อ สะใภ้ใจเด็ด บทประพันธ์. นันทนา วีระชน บทโทรทัศน์. วรพันธ์ รวี ภาวินี รีบเดินทางมากรุงเทพทันทีที่ได้รับข่าวอาการป่วยของ ศรีกานดา ซึ่งเป็นพี่สาว เธอไม่ได้พบพี่สาวนานหลายปีตั้งแต่เรียนจบ ศรีกานดาเป็นสาวสวย งามทั้งกายและใจ ภาวินีจำได้ว่าวันที่ศรีกานดาเข้าประกวดนางงามประจำจังหวัดและได้ตำแหน่งสาวงามที่สุดของจังหวัดนั้น พ่อของเธอดีใจมากแค่ไหน พ่อเป็นคนที่ชาวบ้านนับถือ ยิ่งศรีกานดานำชื่อเสียงมาให้วงศ์ตระกูล พ่อของเธอก็ยิ่งภูมิใจในลูกสาวคนโตมาก ปีนั้นเป็นปีที่พ่อเธอมีความสุขที่สุด เพราะภาวินีลูกสาวคนเล็กสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในกรุงเทพได้ ภาวีนีเข้ามาเรียนได้ไม่นานทางบ้านเกิดเรื่องยุ่งเมื่อศรีกานดาตัดสินใจหนีตาม นพนัยน์ วิศวกรหนุ่มที่มาคุมงานสร้างทางในจังหวัด ทั้งคู่พบกันไม่นานแต่ก็รักกันมาก พ่อของศรีกานดากีดกันทุกทางไม่ให้ลูกสาวพบคนรัก ทว่ายิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ไม่มีใครคิดว่าศรีกานดา กุลสตรีที่งามพร้อมจะกล้าหอบผ้าหนีตามผู้ชายต่างถิ่นไปได้ พ่อของเธอเสียใจมาก ทั้งรักทั้งแค้นลูกสาวคนโตถึงขั้นตัดพ่อตัดลูกเด็ดขาด เวลาผ่านไปก่อนภาวินีเรียนจบไม่นาน ศรีกานดามาพบเธอที่มหาวิทยาลัย ภาวินีพูดไม่ออกเมื่อเห็นพี่สาว ศรีกานดาเปลี่ยนไปมากจนจำแทบไม่ได้ ศรีกานดาเล่าให้น้องสาวฟังว่า หลังจากจดทะเบียนสมรสแล้ว นพนัยน์พาเธอไปกราบ คุณหญิงนวลสมร ผู้เป็นมารดา แต่ทั้งคุณหญิงและ ไฉไลเรือง ซึ่งเป็นน้องสาวนพนัยน์ไม่ยอมรับว่าเธอเป็นภรรยาของนพนัยน์ ซ้ำยังไล่ให้เธอไปอยู่เรือนคนใช้ไม่ยอมให้อยู่บนตึกใหญ่ นพนัยน์เสียใจมากจึงพาเธอตามไปทุกแห่งที่เขาไปทำงาน นพนัยน์รักเธอมาก เมื่อศรีกานดาท้อง นพนัยน์จึงต้องพาเธอกลับมาอยู่บ้านเพราะห่วงเธอและลูกจะได้อยู่ใกล้ ๆ หมอ ส่วนตัวเขาต้องไปทำงานต่างจังหวัด แต่กลับกรุงเทพทุกครั้งที่มีโอกาส ภาวินีกลั้นสะอื้นเจ็บใจแทนพี่สาว เมื่อศรีกานดาเล่าว่าคุณหญิงนวลสมรและไฉไลเรืองร้ายกับเธอแค่ไหน ศรีกานดาบอกว่าเธอเป็นเพียงสะใภ้ทาส ถ้านพนัยน์อยู่ก็จะพอมีความสุขบ้าง แต่เมื่อเขาต้องไปทำงานต่างจังหวัด ศรีกานดารู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็น ภาวินีเคยชวนเธอกลับไปอยู่บ้าน แต่ศรีกานดาปฏิเสธ เธอย้ำว่าสามีและลูกอยู่ที่ไหนเธอต้องอยู่ด้วยเสมอ เหตุผลของศรีกานดาเป็นเรื่องที่ภาวินีไม่เข้าใจ สองสาวพี่น้องนิสัยต่างกันมากแม้จะหน้าตาคล้ายกัน ศรีกานดาสวยอ่อนหวาน เรียบร้อยเป็นแม่บ้านแม่เรือน ภาวินีสวยเข้ม ดูเหมือนคนอารมณ์เย็น แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าภาวินีนั้นโมโหร้ายมาก ตั้งแต่เด็กจนโต คนที่ทำให้ศรีกานดาเสียใจ ภาวินีต้องทวงคืนจนเจ็บยิ่งกว่า ตลอดการเดินทางภาวินีภาวนาให้พี่สาวปลอดภัย ทั้งที่รู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อถึงกรุงเทพเธอตามไปที่โรงพยาบาลทันที ภาวินีใจสั่นเมื่อเข้าไปในห้องไอซียู เธอพบนพนัยน์นั่งจับมือศรีกานดาด้วยความโศกเศร้า สภาพศรีกานดาที่นอนนิ่ง ลมหายใจแผ่วเบา อุปกรณืทางการแพทย์ระโยงระยางรอบตัวไปหมด ทำให้ภาวินีรู้สึกโกรธแค้นนพนัยน์มาก เธอมองเขาอย่างเกลียดชังก่อนจะขออยู่เฝ้าพี่สาวเอง เธอให้นพนัยน์กลับไปดูลูก ภาวินีอดไม่ได้ที่จะต่อว่าเขาที่ทำให้ศรีกานดาเป็นอย่างนี้ เมื่อถึงบ้านหรือเรือนเล็กหลังบ้าน แม้จะปรับปรุงจนน่าอยู่ แต่เมื่อเทียบกับตึกใหญ่งดงามข้างหน้าแล้วต่างกันโดยสิ้นเชิง นพนัยน์ก้าวขึ้นเรือนภาพ แป๊ะซะ ลูกชายวัยขวบเศษที่เล่นกับ พิม พี่เลี้ยงอย่างไร้เดียงสาทำให้นพนัยน์ต้องเข้าไปอุ้มไว้ เขาทั้งรักและสงสารลูกสุดหัวใจ ขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดที่ทิ้งศรีกานดาไว้กับแม่และน้องสาวที่ใจร้ายเหลือทน เขาเล่นกับลูกไม่นานนัก คุณหญิงนวลสมรให้พิมมาตามเขาไปพบบนตึกใหญ่ นพนัยน์เดินขึ้นทางหลังตึกจึงได้ยินเสียงแม่กับน้องสาวพูดถึงศรีกานดาอย่างไม่น่าฟัง แถมยังแช่งให้ตายเสียอีก เขาสงสารภรรยาจับใจ นพนัยน์กลับไปที่เรือนเล็กทันทีโดยไม่ยอมพบคุณหญิงนวลสมร ส่วนภาวินีนั่งเฝ้าพี่สาวจนฟุบหลับอยู่ข้างเตียง เธอกุมมือพี่สาวไว้ตลอดเวลา ดึกมากแล้วเมื่อภาวินีรู้สึกว่าศรีกานดาขยับมือเบา ๆ เธอสะดุ้งตื่นทันที ศรีกานดามองน้องสาวด้วยแววตาห่วงใย ภาวินีดีใจที่พี่สาวรู้สึกตัว เธอบอกศรีกานดาว่าออกจากโรงพยาบาลแล้วเธอจะพาศรีกานดาและลูกกลับบ้านไปให้พ้นจากครอบครัวนี้เสียที ศรีกานดาพูดราวกระซิบว่าฝากลูกด้วย ภาวินีรับปากทันที ศรีกานดายิ้มบาง ๆ ก่อนหลับตาลงอีกครั้ง ส่วนภาวินีเองฟุบหลับตามไปด้วยในไม่นานนัก เธอสะดุ้งตื่นอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่ามือของศรีกานดาเย็นเฉียบ ภาวินีผวาลุกขึ้นทันที อุปกรณ์ทางการแพทย์ส่งเสียงเตือนผิดปกติ ทั้งหมอและพยาบาลเข้ามาทันที ทุกอย่างชุลมุนวุ่นวาย ภาวินีถูกขอให้ออกไปนอกห้อง เธอร้องไห้เสียใจที่สุด สภาพของศรีกานดาทำให้ภาวินีใจหาย เธอได้แต่อธิฐานให้พี่สาวปลอดภัย ทว่าศรีกานดาอาการหนักเกินไปกว่าที่หมอจะช่วยไว้ได้ เธอเสียชีวิตในเช้านั้นเอง เมื่อนพนัยน์พาแป๊ะซะมาร ภาวินีรับหลานมาอุ้ม เธอกอดเด็กชายไว้แน่น และให้นพนัยน์ไปดูศรีกานดาเป็นครั้งสุดท้าย เขารีบเข้าไปในห้องไอซียูทันที นพนัยน์ตรงไปกอดร่างไร้วิญญาณของศรีกานดาด้วยความรักและอาลัยที่สุด ทั้งสงสารและรู้สึกผิดเต็มหัวใจ นพนัยน์พาภาวินีมาพักที่บ้านระหว่างจัดงานศพให้ภรรยา ภาวินีเองอาสาเลี้ยงหลานชายตัวน้อย เธอแทบไม่ปล่อยให้เด็กชายห่างสายตาเลย นพนัยน์น้อยใจแม่และน้องสาวที่ไม่ยอมไปร่วมพิธีศพแม้กระทั่งวันฌาปกิจ เมื่องานศพผ่านไป ภาวินีพูดกับนพนัยน์ว่าเธอจะพาแป๊ะซะกลับไปอยู่กับเธอเพราะศรีกานดาสั่งไว้ก่อนตาย แต่นพนัยน์ไม่ยอม เขาเองก็รักลูกมาก ยิ่งไปกว่านั้นลูกเป็นเหมือนตัวแทนของศรีกานดาด้วย ทั้งคู่เถียงกันอยู่นาน จนในที่สุดภาวินียื่นคำขาดถ้านพนัยน์ต้องการให้ลูกอยู่ด้วยเขาต้องแต่งงานกับเธอ จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฏหมาย เธอจะยอมอยู่ที่นี่เลี้ยงหลานในฐานะแม่แทนศรีกานดา ส่วนเขาและเธอผูกพันกันเพียงนิตินัยเท่านั้น วันใดที่นพนัยน์แต่งงานใหม่เธอจะหย่ากับเขาและพาแป๊ะซะกลับบ้านที่ต่างจังหวัด และเขาจะหมดสิทธิ์ในการดูแลแป๊ะซะอีกต่อไป ภาวินีอึ้งเมื่อนพนัยน์ตอบตกลงทันที เขารักลูกชายมาก ทั้งรักและห่วง ตอนนี้คนที่เขามั่นใจว่าจะดูแลเด็กชายได้ดีที่สุดคือภาวินี ส่วนตัวเขายังติดงานที่ต่างจังหวัดซึ่งกันดารเกินกว่าจะรับลูกไปอยู่ด้วย เขาไม่ไว้ใจแม่และน้องสาวเขาอีกแล้ว คุณหญิงนวลสมรและไฉไลเรืองโกรธจนพูดไม่ออกเมื่อนพนัยน์มาบอกในวันหนึ่งว่าเขาแต่งงานกับภาวินีแล้ว เธอกับลูกจะอยู่ที่เรือนเล็กเหมือนเดิม ในช่วงเลาที่เขาต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัดและจะขอย้ายกลับมากรุงเทพเร็ว ๆ นี้ นพนัยน์กลับไปทำงานสายวันนั้นเอง คุณหญิงให้พิมมาตามเธอไปพบ แต่ภาวินีไม่ไปแถมยังบอกอีกว่าถ้าอยากพบเธอก็ลงมาที่เรือนนี้ได้ทุกเวลา พิมดีใจที่ภาวินีเข้มแข็งกว่าพี่สาวมาก พิมรักและสงสารศรีกานดาที่ถูกใช้งานยิ่งกว่าคนใช้อย่างเธอเสียอีก ทำงานหนัก ถูกดุด่าไม่เว้นวัน แต่ศรีกานดาไม่เคยบ่นจนล้มป่วย พิมกลับไปบอกคุณหญิงทันที เธอมองคุณหญิงและไฉไลเรืองที่โกรธแทบคลั่งอย่างสะใจ พิมใจหายเมื่อเห็นสองแม่ลูกลงไปที่เรือนเล็ก พิมรีบวิ่งไปเตือนภาวินีให้ระวังตัวอย่างห่วงใย แต่ภาวินีกลับยิ้นเย็น แววตาเหี้ยมอย่างน่ากลัว เธอเองรอเวลานี้มานานเช่นกัน ดังนั้นเมื่อคุณหญิงนวลสมรและไฉไลเรืองมาถึงเริ่มด่าทออาละวาดจึงโดนภาวินีตอบโต้อย่างไม่เกรงใจ ไฉไลเรืองปราดเข้าไปจะตบหน้าภาวินี เธอเข้าใจว่าภาวินีจะอ่อนเหมือนศรีกานดา ทว่าตรงกันข้าม มือที่เงื้อง่าของไฉไลเรืองถูกภาวินีจับบิดอย่างแรงและผลักตัวทุ่มไฉไลเรืองกระแทกพื้นอย่างแรง ไฉไลเรืองร้องกรี๊ดทั้งเจ็บทั้งอาย ภาวินีมองอย่างสะใจก่อนจะบอกว่าเธอเป็นนักกีฬายูโดสายดำและยิงปืนแม่นมาก ถ้าทั้งคู่จะมาที่นี่มาระรานเธออีกเจอดีกว่านี้แน่ นพนัยน์กลับมาจากต่างจังหวัด คุณหญิงนวลสมรและไฉไลเรืองฟ้องใส่ร้ายภาวินีและให้เขาไล่เธอไปจากบ้าน แต่นพนัยน์กลับทำให้ทั้งคู่เจ็บใจมากขึ้นเมื่อเขาย้ำว่าเขาไม่ไปไหน และไม่ให้ใครพาลูกเขาไปไหนเด็ดขาด ภาวินีเป็นภรรยาเขาต้องอยู่ที่นี่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็เพราะคุณหญิงกับไฉไลเรืองลงไปหาเรื่องเองแท้ ๆ ถ้าต่างคนต่างอยู่ก็ไม่มีเรื่อง นพนัยน์กลับเรือนไปแล้วสองแม่ลูกยังคลั่งแค้นไม่หยุด คุณหญิงนวลสมรกับไฉไลเรืองติดต่อ ลลิตา สาวสวย โฮโซ อดีตคู่หมายของนพนัยน์ให้มาช่วยอีกคน ลลิตานั้นเคยเสียใจเพราะศรีกานดามาแล้ว คราวนี้เธอจึงยอมตกลงมาช่วยกำจัดภาวินีอีกคน ลลิตารักนพนัยน์มานาน แต่เขาเห็นเธอเป็นน้องสาวเท่านั้น ลลิตามั่นใจในความสวยของตัวเองว่าต้องชนะใจนพนัยน์สักวัน เธอจึงมาอยู่กับคุณหญิงนวลสมรระหว่างที่ คุณหญิงผองจิต ซึ่งเป็นมารดาไปต่างประเทศ ลลิตามาในช่วงเวลาที่นพนัยน์ได้ย้ายมากรุงเทพแล้ว เธอพยายามหว่านเสน่ห์ออดอ้อนนพนัยน์ต่อหน้าภาวินีเพื่อยั่วให้หญิงสาวโกรธ ทว่าลลิตากลับคลั่งเสียเองเมื่อภาวินีพูดจาอ่อนหวานกับนพนัยน์เป็นพิเศษ เธอสงสารลลิตาที่อยากเป็นเมียเขาเหลือเกินแม้จะเป็นเมียน้อยก็ตาม นพนัยน์ดีใจที่ภาวินีเข้มแข็ง สู้ กับเรื่องบ้า ๆ ในบ้านได้ เขาเฝ้ามองภาวินีเลี้ยงแป๊ะซะเงียบ ๆ ภาวินีเลี้ยงเด็กชายราวกับลูกไม่ใช่หลาน เวลาผ่านไปยิ่งใกล้ชิดภาวินีก็ยิ่งทำให้นพนัยน์แปลกใจ เธอดูเหมือนกระด้าง เย็นชา แต่ก็เป็นแม่บ้าน แม่เรือน ทำกับข้าวอร่อย ฝีมือไม่ผิดศรีกานดาเลย เขาชอบดูเวลาเธอเผลอตัวเล่นกับแป๊ะซะ ภาวินีจะน่ารัก อ่อนโยน ไม่มีมาดดุเข้ม ๆ อีกเลย วันหนึ่ง ถมทวี เพื่อนชายคนสนิทของภาวินีมาเยี่ยมเธอที่บ้าน ถมทวีเคยรักกับศรีกานดา เมื่อศรีกานดาแต่งงานไปเขาก็มีภาวินีคอยปลอบใจ จนที่มีความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน แต่แล้วภาวินีกลับแต่งงานกับพี่เขยตัวเอง ถมทวีตามมาเยี่ยมด้วยความเป็นห่วง เขารู้ว่าภาวินีเป็นคนมีเหตุผล และรักพี่สาวมาก การมาของถมทวีทำให้นพนัยน์หงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งเห็นรูปถมทวีบนโต๊ะหัวเตียงของภาวินี เขาหึงเธอโดยไม่รู้ตัว แต่ภาวินีไม่เคยทำอะไรเสียหาย เมื่อเขาถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับถมทวี ภาวินีกลับตอบอย่างมั่นใจว่า ทุกอย่างเป็นอดีตไปแล้ว เธออยู่กับปัจจุบัน และรอวันที่เขาแต่งงานใหม่เธอพร้อมจะพาหลานไปจากที่นี่ ภาวินีไม่รู้ว่านพนัยน์ไม่เคยรักลลิตาเลย เขาระวังตัวมากเมื่อต้องอยู่กับเธอตามลำพัง วันหนึ่งถมทวีมารับภาวินีและแป๊ะซะไปซื้อของ ระหว่างทางทั้งคู่เห็นไฉไลเรืองนั่งรถออกจากโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งพร้อมผู้ชายคนหนึ่ง ภาวินีสังเวชใจและอยากรู้ว่าถ้าคุณหญิงนวลสมรรู้เข้าจะว่าอย่างไร วันหนึ่งคุณหญิงนวลสมรและไฉไลเรืองตัดสินใจใช้แผนทรมานเหมือนศรีกานดา แต่เพียงแค่อาหารเย็น ภาวินีย้อนรอยอย่างเจ็บแสบ ไฉไลเรืองทนไม่ไหวเธอวางแผนให้ ทรัย หนุ่มหล่อไฮโซคนรักหนุ่มหลอกภาวินีเข้าโรงแรมเพื่อให้นพนัยน์เข้าใจผิด ทว่าภาวินีกลับทำให้ทรัยกลัวเธอ เมื่อภาวินีพูดจริงจังว่าเธอสู้เต็มที่แน่นอน และพร้อมเป็นข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์ถ้าทรัยไม่พาเธอออกไปจากที่นี่ สีหน้าแววตาของภาวินีทำให้ทรัยต้องยอม และไม่กล้ายุ่งกับเธออีก เขากลับสนใจลลิตาแทน แล้ววันหนึ่งทรัยหลอกลลิตาเข้าโรงแรมจนได้ เธอตกใจมากสู้สุดฤทธิ์แต่ทรัยชกท้องเธอจนหมดสติ ก่อนที่ลลิตาจะเสียใจไปทั้งชีวิต ถมทวีซึ่งผ่านมาและเห็นทรัยกับลลิตา เขาตามไปได้ยินเสียงร้องของลลิตา จึงเข้าไปช่วยไว้ทัน เขาชกทรัยจนต้องหนีไป ถมทวีนั่งรอจนลลิตาฟื้นขึ้นมา เธอช็อคและเข้าใจว่าถมทวีทำร้ายเธอ กว่าจะพูดกันรู้เรื่องถมทวีอ่อนใจเต็มที เขาพาเธอไปส่งที่บ้าน ลลิตาหมดฤทธิ์สำนึกดีกลับมาจนถมทวีเริ่มสนใจเธอ เขามาเยี่ยมเธอบ่อย ๆ จนผูกพันกันมากขึ้น ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นไปด้วยดี ส่วนไฉไลเรืองทำให้คุณหญิงนวลสมรเสียใจเมื่อรู้ว่าเธอปล่อยตัวไปกับทรัย และไม่คิดจะแต่งงานกับเขาด้วยซ้ำ เรื่องวุ่นวายเมื่อไฉไลเรืองไปฮ่องกงกับทรัยและถูกจับเพราะลักลอบขนยาเสพติด ทรัยหลอกไฉไลเรืองให้หิ้วกระเป๋าบรรจุยาโดยไม่รู้ตัว ทั้งคู่ถูกจับที่ฮ่องกง หนังสือพิมพ์ลงข่าวละเอียด คุณหญิงนวลสมรเสียใจจนล้มศีรษะฟาดพื้นอย่างแรง คุณหญิงป่วยหนักเป็นอัมพาต ขณะที่นพนัยน์ยุ่งเรื่องไฉไลเรือง ภาวินีเข้ามาช่วยดูแลคุณหญิงนวลสมร เธอพูดน้อย แต่ดูแลปรนนิบัติคุณหญิงด้วยความเมตตา สงสาร ภาวินีอ่อนโยน จริงใจ จนคุณหญิงละอายใจ เธอยอมแพ้น้ำใจภาวินี และเสียใจที่ทำร้ายศรีกานดาจนตรอมใจตาย เวลาผ่านไปทรัยถูกดำเนินคดี ส่วนไฉไลเรืองได้แต่คลุ้มคลั่ง นพนัยน์หาทางช่วยเหลือจนโทษหนักเป็นเบา แต่เธอต้องจำคุกอยู่ดี เรื่องร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นทำให้เขารักภาวินีโดยไม่รู้ตัว กว่าจะรู้เขาก็รักเธอมากเหลือเกิน ในคืนที่ถมทวีแต่งงานกับลลิตา เมื่อกลับจากงานแต่งงาน นพนัยน์ตัดสินใจสารภาพรักกับภาวินี เขาบอกเธอว่าเขาไม่เคยลืมศรีกานดา แต่ภาวินีคือตัวจริงในวันนี้ แม้เธอไม่พูดอะไรแต่แววตาที่อ่อนหวานของเธอบอกเขาได้มากกว่าคำพูด นพนัยน์ดึงเธอมากอดแนบอก เขาสัญญาว่าจะดูแลเธอให้ดีที่สุด ภาวินีซุกตัวในอ้อมกอดเขา แขนของเธอกอดตอบเขาทำให้นพนัยน์ยิ้มอย่างมีความสุข ภาวินีมีวิธีบอกรักเขาอย่างอบอุ่น อ่อนหวาน น่ารักที่สุด ใช้เพื่อการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ Be first to comment this article | Add as favourites (47) | Views: 332 | อีเมล์ |
|
|
ผู้พิทักษ์สี่แยก |
|
|
วันพุธ ที่ 24 เดือนตุลาคม พ.ศ.2550 |
|

เช้าขึ้นตะวันส่อง ถึงฝนจะตก ถึงฟ้าจะร้อง จะมีน้ำนองถนน จราจรนั้นก็ต้องสู้ทน เพื่อรับใช้ประชาชน .......... เสียงเพลงของสุรพล สมบัติเจริญ ดังกึกก้องกังวานไปทั่วแฟลตตำรวจหลังนั้น ทุกคนดูจะคุ้นเคยกับเสียงเพลงนี้ เพราะได้ยินทุกเช้าในขณะที่จ่าชดออกจากห้องพักไปทำงาน เสียงเพลงดังกล่าวค่อยลง ค่อยลง จนไม่ได้ยินเมื่อจ่าชดลับตัวไป Be first to comment this article | Add as favourites (124) | Views: 787 | อีเมล์ |
|
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม...
|
|
|
|